logo-health-impact
 
Home About us Products Article Quick link Testimanails Contact us

quick-link
โรค

- โรคข้อเสื่อม
- โรคกระดูกพรุน
- โรคท้องผูกและมะเร็งลำไส้
- โรคภูมิแพ้กับไรฝุ่น
- ผมร่วง

faq

Q : การรักษาโรคข้อเสื่อมโดยการรับประทานกลูโคซามีนและ Kal-G แตกต่างกันอย่างไร
A : กลูโคซามีน เป็นการเสริมสร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อเป็นหลัก ในขณะที่ Kal-G เป็นการเสริมสร้างกระดูกอ่อนบริเวณข้อและเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงข้อ เพื่อให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นและอาการปวดตามข้อลดลง

Q : ถ้ากำลังทานยาแก้ปวดข้ออยู่ จะสามารถรับประทาน Kal-G ได้หรือไม่
A :ได้ เพราะ Kal-G เป็นโปรตีน ไม่ใช่ยาจึงไม่มีผลต่อยาที่รับประทานอยู่ เมื่อรับประทานควบคู่กันก็จะช่วยเสริมสร้างข้อกระดูกให้แข็งแรงยิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่การใช้ยา เช่น ยาแก้ปวดข้อและลดการอักเสบ (NSAID :   Nonsteroidal anti-inflammatory drug  ยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์)  จะช่วยบรรเทาเพียงอาการปวดเท่านั้น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ในขณะที่ ผลิตภัณฑ์ Kal-G จะเน้นการสร้างเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อ ทำให้อาการปวดลดลง ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาที่ต้นเหตุโดยตรง

Q : คอลลาเจนโดยทั่วไปสามารถรักษาโรคข้อเสื่อมได้หรือไม่
A :ไม่ได้  เนื่องจากคอลลาเจนโดยทั่วไปที่เรารู้จักจะเป็นคอลลาเจนในแง่ความสวยความงาม คือ คอลลาเจนชนิดที่ 1 และชนิดที่ 3 โดยพบมากที่ผิวหนัง  แต่คอลลาเจนที่ใช้ในการรักษาโรคข้อเสื่อมจะเป็น Collagen hydrolysate คอลลาเจนชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นคอลลาเจนกระดูกอ่อน ซึ่งมีผลทำให้เกิดการสร้างกระดูกอ่อนใหม่ขึ้น ป้องกันหรือชะลอการเกิดข้อเสื่อมโดยตรง

Q : การรับประทานแคลเซียมบำรุงกระดูก  Solucal แตกต่างจากแคลเซียมโดยทั่วไปอย่างไร
A : 1)  อยู่ในรูปผงชงดื่ม จึงละลายน้ำได้ง่าย และสามารถดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมประเภทเม็ด ซึ่งแตกตัวได้ยากกว่าทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
      2)  มีส่วนผสมของแคลเซียมและคอลลาเจน โดยแคลเซียมช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ส่วนคอลลาเจนช่วยให้กระดูกมีความเหนียวและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น
      3)  มีปริมาณแคลเซียมสูงถึง 704.8 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับนมจืด 3 กล่อง

Q : Solucal และ Kal-G สามารถรับประทานร่วมกันได้หรือไม่
A : Solucal และ Kal-G สามารถรับประทานร่วมกันได้ โดย Solucal จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ส่วน Kal-G ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนบริเวณข้อ ทำให้อาการปวดตามข้อลดลงและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เมื่อทานควบคู่กันก็จะช่วยเสริมสร้างทั้งกระดูกแข็งและกระดูกอ่อน

Q : ใครควรได้รับแคลเซียมเสริมบ้าง
A : 1)  ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็กและวัยหนุ่มสาว จนถึงผู้ที่มีอายุ 35 - 40 ปี และผู้สูงอายุ
      2)  หญิงหมดประจำเดือน
      3)  หญิงตั้งครรภ์
      4)  ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นโรคกระดุกพรุน เช่น ผู้ที่ดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ , การรับประทานยาประเภทสเตียรอยด์ ซึ่งมีผลไปทำลายเนื้อกระดูก ทำให้ตกอยู่ในภาวะกระดูกพรุนได้ง่าย ,การขาดแคลเซียมจากการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอ หรือร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อย , ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก เป็นต้น

Q : จะทราบได้อย่างไรว่าการรับประทานอาหารเสริม Kurami ได้ผลจริง
A : สังเกตจากปริมาณการหลุดร่วงของเส้นผม โดยหลังรับประทานอาหารเสริม Kurami ประมาณ 2 สัปดาห์ จะสังเกตได้เลยว่าปริมาณการขาดหลุดร่วงของเส้นผมลดน้อยลง และมีเส้นผมเกิดใหม่ใน 1 เดือน

Q : ผลิตภัณฑ์ Kurami  สามารถแก้ไขปัญหาผมแห้งแตกปลายได้หรือไม่ อย่างไร
A : ได้  แต่ควรเริ่มจากการเล็มปลายผมในส่วนที่แตกปลายออกก่อน แล้วจึงรับประทานอาหารบำรุงผมในรูปสารสกัด เพื่อเสริมสร้างการดูแลเส้นผมให้มีรากผมและเส้นผมที่แข็งแรง โดยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงผม ควรเลือกที่มีส่วนประกอบของสารอาหารจำพวกไบโอติน  บริเวอร์ยีสต์  สังกะสี (Zinc) และแพนโธทีนิก แอซิด(วิตามิน บี5) เป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อให้การบำรุงรักษาเส้นผมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และหมดปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมอีกต่อไป  โดยอาจใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน ที่สกัดจากข้าวสาลีควบคู่ไปด้วย เพื่อให้มีสุขภาพผมที่ดียิ่งขึ้น

Q : Nulin แตกต่างจากเส้นใยอาหารทั่วไปอย่างไร
A : Nulin ประกอบด้วยอินนูลินซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดพรีไบโอติกส์ที่ละลายน้ำได้  มีคุณสมบัติพิเศษ คือ  เป็นใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหาร(กระเพาะและลำไส้ใหญ่) แต่จะเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพ บิฟิโดแบคทีเรีย(Biffiidobacteria) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ มีผลทำให้จุลินทรีย์เหล่านี้เพิ่มปริมาณมากขึ้น และช่วยปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ ทำให้ระดับขับถ่ายดีขึ้น  แต่เส้นใยอาหารทั่วไปจะช่วยเพิ่มมวลอุจจาระให้มากขึ้นเท่านั้น

Q : ควรรับประทานนานแค่ไหนจึงจะเห็นผล
A : ประมาณ 2 สัปดาห์ (14 วัน)  ระบบขับถ่ายจะค่อยๆดีขึ้น โดยสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่รับประทาน สังเกตได้ว่าอุจจาระนุ่มลงและถ่ายได้คล่องขึ้น

Q : การรับประทาน Nulin ให้ผลต่างจากการรับประทานนมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ตที่มีจุลินทรย์อย่างไร
A : ผลิตภัณฑ์ที่มีเชื้อจุลินทรีย์ต้องเก็บในที่เย็น เพราะถ้าอุณหภูมิสูงอาจทำให้เชื้อตายได้  และเมื่อผ่านเข้าไปสู่ระบบย่อยอาหารจะทำให้เชื้อบางส่วนตายจากน้ำย่อยในกระเพาะ และเหลืออยู่ในลำไส้ใหญ่เพียงเล็กน้อย  ซึ่งแตกต่างจาก Nulin  ที่ช่วยเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ ช่วยปรับสมดุลและทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นในระยะยาว

Q : ประโยชน์ของ Nulin มีอะไรบ้าง
A : ช่วยปกป้องลำไส้ ลดอาการลำไส้อักเสบ , ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวร้าย ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย , เพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุ วิตามิน และแคลเซียม , รักษาอาการท้องผูกและท้องเสียแบบเรื้อรัง , ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ , ช่วยให้ภูมิต้านทานในร่างกายดีขึ้น , ช่วยปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ให้ดีขึ้น , ช่วยล้างพิษลำไส้

Q : ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่นและภูมิแพ้ Winnova แตกต่างจากผ้าปูที่นอนเคลือบน้ำยาป้องกันไรฝุ่นอย่างไร
A : ผ้าปูที่นอน Winnova เป็นผ้าที่มีคุณสมบัติของเส้นใยที่ทอแน่นมากจนได้ผ้าที่มีขนาด Pore Size (รูผ้า) เล็กมากกว่า 3 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าที่ไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่น อันเป็นสาเหตุของภูมิแพ้จะเล็ดลอดขึ้นมาได้  ทำให้ปลอดภัยจากโรคภูมิแพ้ และคุณสมบัติจากเส้นใยดังกล่าว ก็ยังช่วยไม่ให้ไรฝุ่นจากภายนอกเข้าไปอาศัยอยู่ในที่นอนไส้ได้อีก 
ในขณะที่ผ้าปูที่นอนเคลือบน้ำยาป้องกันไรฝุ่น รูผ้าจะมีขนาดใหญ่กว่า ทำให้ไรฝุ่นสามารถเล็ดลอดผ่านไปได้  โดยน้ำยาที่ใช้เคลือบมักมีอายุการใช้งานเพียงประมาณ 6 เดือน และต้องมีขั้นตอนในการดูแลรักษาเป็นพิเศษ มีข้อห้ามมากมาย เช่น ห้ามใช้น้ำยาซักผ้า ห้ามซักเครื่อง ห้ามอบผ้า เป็นต้น เพื่อไม่ให้อายุการใช้งานหมดเร็ว

Q : วิธีการทำความสะอาดแตกต่างจากผ้าปูที่นอนแบบปกติหรือไม่
A : ไม่แตกต่าง  โดยสามารถซักได้ทั้งมือและซักด้วยเครื่อง และสามารถซักในน้ำร้อนได้  ไม่ต้องระวังรักษามากนัก เพราะผลิตภัณฑ์ไม่ได้ใช้สารเคมีมาเคลือบเพื่อป้องกันไรฝุ่น จึงสามารถดูแลทำความสะอาดได้ตามปกติ แม้จะมีการเคลือบสาร ก็เป็นเพียงสาร Teflon water replearant  ที่ป้องกันความชื้นและน้ำให้ซึมผ่านเส้นใยได้ยากขึ้นเท่านั้น

Q : แตกต่างจากการใช้เครื่องดูดไรฝุ่นออกจากที่นอนอย่างไร
A : การใช้เครื่องดูดฝุ่นจากที่นอนเป็นการเอาไรฝุ่นออกไปเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะไรฝุ่นสามารถมุดไปได้ลึกมากพอสมควร เครื่องดูดฝุ่นจึงไม่สามารถดูดได้หมด และเมื่อดูดได้ไม่หมด ไรฝุ่นก็จะขยายพันธ์ใหม่อย่างรวดเร็วและยิ่งผลิตสารก่อภูมิแพ้มากขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด

Q : อายุการใช้งานโดยเฉลี่ยคือกี่ปี
A : โดยประมาณแล้วอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์จะอยู่ที่ 3 – 5 ปี  แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาด้วย

Q : SeDo วิตามิน ซี สกัดมาจากอะไร
A : สกัดมาจากผลอะเชโรล่าเชอรี่ ซึ่งเป็นผลไม้ที่วิตามินซีสูง

Q : ถ้าเรารับประทานวิตามินซีมากเกินไป จะมีผลเสียต่อร่างกายหรือไม่
A : วิตามินซีเป็นวิตามินในกลุ่มที่สามารถละลายได้ในน้ำ ร่างกายจะขับออกทุกๆ 6 ชั่วโมง ต่อให้กินเกินกว่าที่ร่างกายต้องการก็มีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดอันตราย ซึ่งในภาวะปกติร่างกายต้องการวิตามินซีวันละ  60 มิลลิกรัม ในทางการแพทย์แนะนำให้กินวิตามินซีวันละ 500-1000 มิลลิกรัม จะช่วยในเรื่องการต่อต้านอนุมูลอิสระ ในขณะเป็นหวัดแนะนำให้กินวิตามินซีวันละ 3000 มิลลิกรัม. โดยวิตามินซีมีส่วนช่วยบรรเทาอาการหวัดได้มากสุดถึง 85% (กินทีละน้อยแต่บ่อยๆ เนื่องจากวิตามินซีจะถูกขับออกหมดทุกๆ 6 ชม.)

Q : จุดเด่นของ SeDO ที่แตกต่างจากวิตามินซีทั่วไป
A : SeDO เป็น Healthy – Gummy ในรูปแบบเยลลี่ ที่รับประทานง่าย อร่อย นุ่ม รสชาติดี


contact
ชื่อบริษัท : บริษัท เฮลธ์ อิมแพค จำกัด (Health Impact Ltd.)
ที่อยู่ของบริษัท : 31/5 ซอยอรุณอมรินทร์ 39  ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
31/5 Soi Arun Ammarin39, Arun Ammarin Rd. , Arun Ammarin, Bangkoknoi Bangkok 10700

โทรศัพท์ : ( 662 ) 433 9944 , 02 435 8998, 02 435 8731-4
โทรสาร : ( 662 ) 435 8735

บริษัท เฮลธ์ อิมแพค จำกัด 31/5 ซอยอรุณอมรินทร์ 39  ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
โทร ( 662 ) 433 9944 , 02 435 8998, 02 435 8731-4

© copyright by www.healthimpact.co.th