|
โซลูแคล ผงชงดื่ม แคลเซียมผสมคอลลาเจน ไฮโดรไลเซท และวิตามิน ดี
ส่วนประกอบสำคัญ
แคลเซียมแลคเตท ,แคลเซียมกลูโคเนต 39.46 %
แคลเซียมคาร์บอเนต 16.44 %
คอลลาเจน ไฮโดรไลเซท 2.75 %
วิตามิน ดี 3 0.02 %
ใน 1 ซอง ( 6.0815 กรัม ) เมื่อละลายน้ำแล้วมี
แคลเซียม 704.8 มิลลิกรัม
คอลลาเจน ไฮโดรไลเซท 150.0 มิลลิกรัม
วิตามิน ดี 3 1.5 มิลลิกรัม ( 150 หน่วยสากล )
วิธีรับประทาน
ผสม 1 ซอง ในน้ำ 1 แก้ว คนและรอจนสารละลายใส ดื่ม วันละ 1 ครั้งหลังอาหารเย็น
ขนาดบรรจุ กล่องละ 30 ซอง
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกระดูกและแคลเซียม
โครงสร้างของกระดูกเป็นอย่างไร
กระดูกประกอบด้วยโปรตีนที่เป็นเส้นใยคอลลาเจน และมีแคลเซียมมาตกผลึกจับตัวกับคอลลาเจนกลายเป็นของแข็งที่สามารถรับน้ำหนัก รับแรงกดกระแทกและมีความยืดหยุ่นในตัวเอง ดังนั้นการสร้างกระดูกที่ดี จำเป็นต้องได้รับทั้งแคลเซียมและคอลลาเจน

โรคกระดูกพรุน ( Osteoporosis )
คือโรคที่ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดน้อยลง รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะโครงสร้างของกระดูกซึ่งมีผลทำให้กระดูกบางและเปราะจนไม่สามารถรับน้ำหนักหรือแรงกดได้ตามปกติ ทำให้เกิดความเสี่ยงกระดูกหักได้ง่าย โรคนี้มักพบวัยสูงอายุ
ในแต่ละวัยร่างกายสามารถสะสมปริมาณแคลเซียมในมวลกระดูกในระดับที่แตกต่างกัน และมวลกระดูกจะถึงจุดสูงสุด ในช่วงอายุ 25 – 30 ปี หลังจากนั้นมวลกระดูกจะค่อย ๆ ลดลงประมาณร้อยละ 0.5 – 1 ต่อปี ในช่วงหมดประจำเดือน มวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว อาจลดลงเร็วถึงร้อยละ 3 – 5 ต่อปี ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เพศหญิงจึงมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนได้มากกว่าเพศชาย
อาการของโรคกระดูกพรุน
ภาวะที่เนื้อกระดูกบางลง ทำให้ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน มักมีอาการปวดหลัง หลังค่อม ปวดตามข้อ อาจมีอาการปวดบริเวณที่กระดูกยุบตัวลง กระดูกเปราะและหักง่าย จึงต้องระวังการหกล้มในผู้สูงอายุ ตำแหน่งที่มักจะเกิดภาวะกระดูกพรุนและหักง่าย คือ กระดูกสันหลัง กระดูกข้อมือ กระดูกสะโพก
 |
แคลเซียมคืออะไร
แคลเซียมเป็นธาตุที่พบมากที่สุดในร่างกาย ซึ่งเกือบทั้งหมดจะอยู่ในกระดูกและฟัน ในร่างกายคนหนัก 50 กิโลกรัมจะมีแคลเซียมอยู่ประมาณ 1 กิโลกรัม แคลเซียมมีหน้าที่สำคัญต่อการทำงานของร่างกายเกือบทุกส่วน และที่สำคัญแคลเซียมมีหน้าที่สร้างกระดูก ซึ่งเป็นโครงสร้างของร่างกาย โดยปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวัน จำแนกได้ดังนี้
ค่ามาตรฐานความต้องการแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวัน ( % RDA ) คือ 800 มิลลิกรัม
วัย
|
ความต้องการ ( มิลลิกรัมต่อวัน ) |
| เด็ก ( 1- 10 ปี ) |
800 – 1,200 |
| วัยรุ่น |
1,200 – 1,500 |
| ผู้ใหญ่ |
1,000 |
| ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป ) |
1,500 |
| หญิงมีครรภ์ |
1,500 |
เลือกรับประทานแคลเซียมอย่างไรให้กระดูกแข็งแรง
1. ละลายน้ำง่าย แคลเซียมที่ละลายน้ำได้ดี ได้แก่ แคลเซียมแลคเตทกลูโคเนต การรับประทานแคลเซียมในรูปผงชงดื่ม จะละลายได้ดีกว่ารับประทานแคลเซียมชนิดเม็ด
2. มีส่วนผสมของแคลเซียมและคอลลาเจน เพื่อเสริมให้กระดูกมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น
3. มีส่วนผสมของวิตามิน ดี ช่วยเพิ่มการดูดซึมของแคลเซียม
4. มีปริมาณแคลเซียม ระหว่าง 600 – 800 มิลลิกรัม
5. ควรทานแคลเซียมพร้อมมื้ออาหารเย็น ช่วงเวลากลางคืนเป็นช่วงที่แคลเซียมไหลออกจากกระดูกมากที่สุด ปริมาณแคลเซียมที่สูงขึ้นจะช่วยป้องกันการไหลของแคลเซียมออกจากกระดูก ป้องกันไม่ให้กระดูกบางได้
เอกสารอ้างอิง
1. JAMA 272 : 1942 – 1948 ; 1994
|