logo-health-impact
 
Home About us Products Article Quick link Tetimonails Contact us

product
kal-g solucal kurami nulin winnova
โรค
Collagen Hydrolysate
โรคข้อเสื่อม

ส่วนประกอบสำคัญ คอลลาเจน ไฮโดรไลเซท
ใน 1 ช้อนตวง ( 2.45 กรัม ) ประกอบด้วย คอลลาเจน ไฮโดรไลเซท 2.45 กรัม

วิธีรับประทาน
     ผสมแคลจี 2 ช้อนตวง ในน้ำ 1 แก้ว คนและรอจนสารละลายใส ดื่มหลังอาหาร เช้า – เย็น วันละ 2 ครั้ง ขนาดบรรจุ
กระป๋องละ 150 กรัม

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องโรคข้อเสื่อมและคอลลาเจน ไฮโดรไลเซท
โรคข้อเสื่อมคืออะไร
     เป็นโรคที่เกิดจากการสึกของกระดูกอ่อนผิวข้อ มีกระดูกงอกอยู่ที่ขอบข้อ กระดูกผิวข้ออาจลอกหลุด ทำให้ข้อเคลื่อนไหวได้น้อยลง มีอาการปวดในข้อ ข้อผิดรูปร่าง ทำให้เกิดความไม่มั่นคงและรับน้ำหนักไม่ไหว

ข้อเสื่อมแล้ว
ข้อปกติ ข้อเริ่มเสื่อม ข้อเสื่อมแล้ว

ทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคข้อเสื่อม
     อาการของโรคข้อเสื่อมจะค่อยเป็นค่อยไปและเป็นได้ทุกข้อ อาการปวดมักเริ่มจากอาการปวดตอนเช้า เมื่อบริหารแล้วอาการปวดลดลง หากเป็นมากขึ้น
การออกกำลังจะทำให้ปวดมากขึ้น ข้อขยับได้น้อยลง เวลาขยับเกิดเสียงกระดูกเสียดสี ข้อโตขึ้น เนื่องจากมีการสร้างกระดูกที่งอกบริเวณขอบข้อ เอ็นและเนื้อเยื่อหนาตัวขึ้นทำให้เกิดข้อผิดรูป กล้ามเนื้อรอบข้ออ่อนแรงเวลาเคลื่อนไหว จะทำให้ปวดมากขึ้น

สังเกตตัวท่านมีอาการเหล่านี้หรือไม่
     ในรายที่เริ่มเป็นโรคข้อเสื่อมอาจตรวจไม่พบความผิดปกติ ในรายที่เป็นมานาน จะเริ่มมีโครงสร้างของข้อผิดปกติ ควรเริ่มสังเกตอาการ ใส่ใจดูแลรักษาแต่แรก เพราะยิ่งทิ้งไว้นาน อาการปวดและทรมานจะยิ่งมากขึ้น จนข้อเสื่อมถาวรต้องได้รับการผ่าตัด

อาการของโรคข้อเสื่อม
1.ข้อบวมหรือข้อโตขึ้น โดยเฉพาะข้อนิ้วมือเหมือนมีกระดูกงอกบริเวณข้อด้านหลังนิ้ว
2.กดเจ็บ ในรายที่มีข้ออักเสบ ปวดขณะเคลื่อนข้อ หรือเวลากดกระดูกข้างข้อที่โตแล้วเจ็บ มีอาการบวมและมีน้ำในข้อ
3.มีเสียงดังในข้อขณะเคลื่อนไหว เหมือนผิวของกระดูกเสียดสีกัน
4.องศาการเคลื่อนไหวของข้อลดลง เมื่อทิ้งไว้นานการเคลื่อนไหวของข้อยิ่งลดลงมาก ทำให้สูญเสียการทำงาน
5.ข้อผิดรูปหรือพิการ เช่น ข้อเข่าโก่ง
6.ความมั่นคงของข้อเสียไป เช่น ข้อหลวม
7.การเดินผิดปกติ เช่น เดินกระเผลก
8.กล้ามเนื้อรอบข้อลีบเล็กลง
9.มีอาการข้อฝือ เช่น นั่งท่าเดียวนาน ๆ จะมีความรู้สึกฝืด เคลื่อนไหวไม่คล่อง
อาการของโรคข้อเสื่อม

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคข้อเสื่อม
1.ผู้สูงอายุ ตั้งแต่อายุ 40 ขึ้นไป โดยเฉพาะในช่วยวัยทอง จะมีการสึกกร่อนของข้อมากที่สุด
2.เพศหญิง จะมีโอกาสเกิดข้อเสื่อมมากกว่าเพศชาย และมักพบข้อเสื่อมบริเวณเข่าและมือใน ขั้นรุนแรง
3.น้ำหนักตัวยิ่งมาก ยิ่งมีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมมาก
4.อุบัติเหตุบริเวณข้อ มักพบในนักกีฬา
5.อาชีพ เช่น ชาวไร่ ชาวนา มักพบข้อเสื่อมบริเวณบั้นเอว หรือแม่ค้ามักพบโรคข้อเสื่อมของข้อเข่า
ส่วนแม่บ้านพบข้อนิ้วเสื่อมมากที่สุด
ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคข้อเสื่อม

เหตุใดโรคข้อเสื่อมจึงเกิดที่ข้อเข่ามากที่สุด
     เข่า เป็นข้อต่อที่มีความซับซ้อนมากที่สุดข้อหนึ่งในร่างกาย เพราะเป็นข้อต่อระหว่างกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้ง ซึ่งเป็นกระดูกส่วนที่ยาวที่สุดของร่างกาย และยังต้องรองรับการหมุน พับและกางออกตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย อาการปวดที่ข้อเข่าจะทำให้การเคลื่อนไหวถูกจำกัด ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนแอ และไม่มั่นใจในการทำกิจกรรมปกติที่คนทั่วไปทำได้ เช่นการเดินหรือการขึ้นบันได

สาเหตุของการเกิดปวดข้อเข่าเกิดจากอะไร
     โดยทั่วไป ข้อเข่าปกติจะมีของเหลวลักษณะข้นที่เรียกว่า น้ำเลี้ยงข้อ อยู่ที่ช่องว่างระหว่างข้อต่อ มีหน้าที่เหมือนเบาะรองรับข้อต่อ ในผู้ที่มีอาการข้อเสื่อม น้ำเลี้ยงข้อจะมีความข้นและความยืดหยุ่นลดลง เนื้อเยื่อกระดูกอ่อนมีการสึกกร่อน ทำให้คุณสมบัติการรองรับแรงกระแทกที่กดลงข้อเข่าเสียไป กระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่ป้องกันปลายประดูกของกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งจะเกิดการกระทบเสียดสีกัน ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการปวด

เราสามารถดูแลรักษาได้อย่างไร
     แนวทางการดูแลรักษา
1.ลดอาการปวดข้อและอาการกล้ามเนื้อเกร็ง โดยใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบ
2.บริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าอย่างสม่ำเสมอ
3.หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบ คุกเข่า ขัดสมาธิ และนั่งยอง ๆ ซึ่งจะทำให้เข่าเสื่อมเร็วขึ้น
4.ใช้ไม้เท้าช่วยผ่อนแรงเวลาเดินและยืน
5.ลดน้ำหนัก เพื่อไม่ใช้เข่ารับน้ำหนักมากเกินไป
6.หลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ โดยไม่จำเป็น

การออกกำลังกายสำหรับผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อม
     สามารถทำได้ โดยหลีกเลี่ยงท่าที่มีแรงกระแทกต่อเข่ามาก ๆ เช่น การวิ่ง หรือเต้นแอโรบิค
การออกกำลังกายที่ดีที่สุด คือ การออกกำลังกายในน้ำ ส่วนการขี่จักรยานสามารถทำได้ โดยปรับอานนั่งให้สูงกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อลดการงอเข่าที่มากเกินไป

การบริหารข้อเข่าทำอย่างไร
     สามารถทำได้หลายท่า เช่น
1. นอนหงายเอาหมอนเล็ก ๆ หรือผ้าม้วนวางใต้เข่าเกร็งสะบ้า เหยียดเขาตึงนับ 1-10
นอนหงายเอาหมอนเล็ก ๆ หรือผ้าม้วนวางใต้เข่าเกร็งสะบ้า เหยียดเขาตึงนับ 1-10


2. นอนหงาย ชันเข่าข้างหนึ่ง และเหยียดเข่าด้านตรงข้าม ยกขาขึ้นสูงประมาณ 1 ฟุต เกร็งค้างไว้นับ 1-10 แล้วเอาลงทำสลับ ซ้ายและขวา
นอนหงาย ชันเข่าข้างหนึ่ง และเหยียดเข่าด้านตรงข้าม ยกขาขึ้นสูงประมาณ 1 ฟุต เกร็งค้างไว้นับ 1-10 แล้วเอาลงทำสลับ ซ้ายและขวา

3. นั่งชิดเก้าอี้ เหยียดเข่าตรง เกร็งค้างนับ 1-10 หรือเท่าที่ทำได้ แล้วเอาลง ทำสลับซ้ายและขวา
นั่งชิดเก้าอี้ เหยียดเข่าตรง เกร็งค้างนับ 1-10 หรือเท่าที่ทำได้ แล้วเอาลง ทำสลับซ้ายและขวา

4. นั่งไขว่ขา โดยขาบนกดลง และขาล่างเหยียดขึ้น เกร็งนับ 1-10 ทำสลับข้างเช่นกัน
นั่งไขว่ขา โดยขาบนกดลง และขาล่างเหยียดขึ้น เกร็งนับ 1-10 ทำสลับข้างเช่นกัน

บริษัท เฮลธ์ อิมแพค จำกัด 723 อาคารศุภาคาร ถ. เจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
โทร ( 662 ) 860 4561 , 02 860 4007

© copyright by www.healthimpact.co.th